JUST CAR ขายรถมือสองได้ราคาดีที่สุด ขายออกไว รับเงินทันที ไม่มีกดราคา

รถกระบะมือสองลุยน้ำได้แค่ไหน? จุดเสี่ยงหลังลุยน้ำและค่าเสียหายที่ต้องระวัง

หลายคนเชื่อว่ารถกระบะสามารถลุยน้ำได้สบาย แต่ความสูงใต้ท้องรถไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะน้ำอาจเข้าทางระบบไอดี ท่อระบายแรงดันของชุดส่งกำลัง ปลั๊กไฟ หรือห้องโดยสารได้ หากกำลังพิจารณารถกระบะมือสองที่มีประวัติผ่านน้ำ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ถามว่าน้ำสูงถึงไหน แต่ต้องรู้ว่าเครื่องยนต์เคยดับหรือไม่ รถแช่น้ำนานเพียงใด และได้รับการตรวจซ่อมอย่างไร การรู้ระดับความเสี่ยง จุดตรวจสำคัญ และช่วงค่าเสียหาย จะช่วยแยกรถที่ยังพอพิจารณาได้ออกจากรถที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนตัดสินใจซื้อ

รถกระบะลุยน้ำได้ลึกแค่ไหน

ไม่มีระดับน้ำมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้กับรถกระบะทุกคัน ความสามารถในการลุยน้ำขึ้นอยู่กับรุ่น ปีผลิต ตำแหน่งช่องรับอากาศ ความสูงของท่อระบายระบบส่งกำลัง การซีลอุปกรณ์ไฟฟ้า น้ำหนักบรรทุก และข้อกำหนดของผู้ผลิต รถบางรุ่นระบุระดับลุยน้ำไว้ในคู่มือ แต่ตัวเลขนั้นใช้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จึงไม่ควรนำค่าของรถรุ่นหนึ่งไปใช้กับอีกรุ่น หรือใช้ระดับล้อเป็นเกณฑ์ตายตัว

รถกระบะสีดำขับผ่านถนนน้ำท่วม โดยระดับน้ำอยู่บริเวณครึ่งล้อรถ

ปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงเปลี่ยนไป

  1. หลุมและความลาดเอียงทำให้น้ำลึกกว่าที่มองเห็น
  2. น้ำหนักบรรทุกทำให้ตัวรถต่ำลง
  3. คลื่นและกระแสน้ำอาจทำให้รถเสียการทรงตัว

รถขับเคลื่อนสี่ล้อช่วยเพิ่มแรงฉุดลาก แต่ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์ กล่องควบคุม และปลั๊กไฟกันน้ำมากขึ้นโดยอัตโนมัติ หากไม่ทราบความลึก มองไม่เห็นพื้นถนน หรือน้ำไหลแรง ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ขับเข้าไป

จุดเสี่ยงหลังรถกระบะลุยน้ำ

รถที่ขับออกจากน้ำได้อาจยังมีความชื้นและโคลนสะสม ปัญหาบางอย่างจึงแสดงอาการหลังใช้งานหลายเดือน

ช่างถอดกรองอากาศในห้องเครื่องรถกระบะเพื่อตรวจคราบน้ำและสิ่งสกปรกหลังลุยน้ำ

เครื่องยนต์และระบบไอดี

หากน้ำผ่านกรองอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ อาจเกิดภาวะเครื่องยนต์ดูดน้ำ แรงจากลูกสูบอาจทำให้ก้านสูบคดหรือชิ้นส่วนภายในแตก สัญญาณเตือน ได้แก่ เครื่องดับกลางน้ำ สตาร์ตติดขัด เครื่องสั่น เสียงเคาะ และกรองอากาศเปียก หากเครื่องยนต์ดับกลางน้ำ ไม่ควรสตาร์ตซ้ำ เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น ควรใช้รถยกและให้ช่างตรวจระบบไอดีกับเครื่องยนต์ก่อน

เกียร์ เฟืองท้าย และระบบขับเคลื่อน

เกียร์ เฟืองท้าย และชุดขับเคลื่อนมีช่องระบายแรงดัน หากน้ำสูงกว่าตำแหน่งท่อ น้ำอาจปนกับน้ำมันจนมีสีขุ่น การหล่อลื่นจะลดลงและทำให้ลูกปืนกับเฟืองสึก

ระบบไฟ เบรก และช่วงล่าง

ปลั๊กไฟ เซนเซอร์ ไดสตาร์ต และไดชาร์จอาจเกิดความชื้นหรือสนิม ทำให้มีไฟเตือน รถสตาร์ตยาก หรืออุปกรณ์ทำงานผิดปกติ น้ำกับโคลนยังทำให้เบรก ลูกปืนล้อ และจาระบีเสื่อม จึงควรตรวจจานเบรก ผ้าเบรก และเสียงหอนจากล้อ

ห้องโดยสารและระบบระบายความร้อน

พรมสามารถเก็บความชื้นจนเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และสนิม หากมีกล่องควบคุมอยู่ใต้เบาะ ความเสียหายอาจมากกว่าค่าซักพรม ส่วนโคลนที่อุดหม้อน้ำอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนเมื่อขับไกล

รถลุยน้ำกับรถจมน้ำต่างกันอย่างไร

รถที่ขับผ่านน้ำช่วงสั้นอาจเสียหายเฉพาะเบรก ลูกปืน หรือของเหลวในระบบส่งกำลัง หากน้ำไม่สูงและเครื่องไม่ดับ ความเสียหายอาจควบคุมได้

รถจมน้ำมีโอกาสเสียหายถึงห้องโดยสาร ชุดสายไฟ กล่องควบคุม และระบบปรับอากาศ ยิ่งแช่น้ำนานหรือเป็นน้ำเค็ม ความเสี่ยงยิ่งสูง

ก่อนซื้อรถกระบะมือสอง ควรถามผู้ขายตามลำดับดังนี้

  1. รถขับผ่านน้ำหรือจอดแช่น้ำ และอยู่นานเท่าไร
  2. เครื่องยนต์เคยดับและถูกสตาร์ตซ้ำหรือไม่
  3. เปลี่ยนของเหลวหรืออะไหล่รายการใดบ้าง
  4. มีใบซ่อมหรือประวัติเคลมประกันหรือไม่

คำตอบต้องตรงกับใบซ่อม ประวัติเคลม และสภาพรถจริง

วิธีตรวจรถกระบะมือสองที่อาจเคยผ่านน้ำ

รถที่ทำความสะอาดแล้วอาจไม่เหลือคราบโคลน จึงต้องตรวจจุดซ่อนเร้น นำรถขึ้นลิฟต์ และใช้เครื่องสแกน

สัญญาณที่ควรตรวจเพิ่มเติม

  1. มีกลิ่นอับหรือกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแรงผิดปกติ
  2. พรมใหม่กว่าอายุรถ หรือรางเบาะมีสนิม
  3. มีดินในช่องเก็บเครื่องมือและซอกตัวถัง
  4. น้ำมันเกียร์หรือเฟืองท้ายมีสีขุ่น
  5. กล่องกรองอากาศมีคราบน้ำหรือโคลน
  6. ไฟเตือนหลายระบบติดหรือปลั๊กไฟมีคราบเขียว

ควรเปิดกล่องกรองอากาศ ตรวจของเหลว และนำรถขึ้นลิฟต์ดูเกียร์ เฟืองท้าย ปลั๊กไฟ แชสซี และคราบโคลน ภายในรถให้ตรวจใต้พรม ใต้เบาะ และช่องเก็บเครื่องมือ

ระหว่างทดลองขับ ให้ฟังเสียงเคาะจากเครื่อง เสียงหอนจากล้อ และสังเกตเกียร์ เบรกกับความร้อน ควรสแกนเครื่องยนต์ เกียร์ เบรก และถุงลมนิรภัย แม้ไม่มีไฟเตือน

ช่างใช้ไฟฉายตรวจเฟืองท้าย เพลาขับ และชิ้นส่วนใต้ท้องรถกระบะหลังลุยน้ำ

ค่าเสียหายหลังลุยน้ำที่ต้องเตรียมรับมือ

ราคาซ่อมขึ้นอยู่กับรุ่น ระดับน้ำ ระยะเวลาแช่ และความรวดเร็วในการแก้ไข จึงควรใช้ตัวเลขเป็นกรอบประเมิน ไม่ใช่ราคายืนยันล่วงหน้า

ความเสียหายระดับเล็กน้อย

หากเครื่องไม่ดับและน้ำไม่เข้าห้องโดยสาร อาจมีค่าเปลี่ยนกรองอากาศ ล้างเบรก ทำความสะอาดหม้อน้ำ เปลี่ยนน้ำมันเฟืองท้าย และตรวจปลั๊กไฟ ค่าใช้จ่ายอาจเริ่มตั้งแต่หลักพันบาท

ความเสียหายระดับปานกลาง

เมื่อน้ำเข้าลูกปืน อุปกรณ์ไฟ หรือชุดขับเคลื่อนบางส่วน อาจต้องเปลี่ยนลูกปืนล้อ เซนเซอร์ ไดสตาร์ต ไดชาร์จ ปลั๊กไฟ หรือซีล ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ตั้งแต่หลักพันปลายถึงหลักหมื่นบาท

ความเสียหายระดับรุนแรง

หากเครื่องยนต์ดูดน้ำ น้ำเข้าเกียร์ หรือน้ำท่วมห้องโดยสาร อาจต้องรื้อซ่อมเครื่องยนต์ ซ่อมเกียร์ เปลี่ยนกล่องควบคุม ชุดสายไฟ พรม และเบาะ ค่าใช้จ่ายมีโอกาสตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ปัญหาอาจทยอยแสดงหลังซื้อไปแล้ว จึงต้องเผื่องบมากกว่าราคาซ่อมที่เห็นในวันตรวจ

รถที่เคยลุยน้ำยังซื้อได้หรือไม่

รถที่เคยผ่านน้ำยังซื้อได้ หากเครื่องยนต์ไม่ดับ น้ำไม่เข้าห้องโดยสาร และมีหลักฐานตรวจระบบพร้อมเปลี่ยนของเหลวครบ ควรให้ช่างอิสระตรวจซ้ำและนำความเสี่ยงค่าซ่อมมาพิจารณากับราคาขาย ควรตัดออกจากตัวเลือกเมื่อเครื่องยนต์เคยดับและถูกสตาร์ตซ้ำ น้ำมันเกียร์หรือเฟืองท้ายขุ่น ห้องโดยสารมีกลิ่นอับ ระบบไฟรวน หรือผู้ขายปฏิเสธการตรวจ รถราคาต่ำอาจไม่คุ้ม หากค่าซ่อมสูงกว่าส่วนลด

หากจำเป็นต้องขับผ่านน้ำควรทำอย่างไร

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเลือกเส้นทางอื่น โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบความลึกหรือน้ำไหลแรง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้รอรถคันหน้า ใช้ความเร็วต่ำสม่ำเสมอ และเว้นระยะจากคลื่น หลังพ้นน้ำให้ทดสอบเบรกและตรวจไฟเตือน หากเครื่องยนต์ดับห้ามสตาร์ตซ้ำ ท่อรับอากาศยกสูงไม่ได้ทำให้เกียร์ เฟืองท้าย และระบบไฟกันน้ำ

รถกระบะลุยน้ำได้ลึกเพียงใดต้องพิจารณาตามรุ่น ปีผลิต ระบบขับเคลื่อน และข้อกำหนดในคู่มือประจำรถ ไม่ควรดูจากความสูงของตัวถัง ระดับล้อ หรือความเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อเพียงอย่างเดียว เพราะความเร็ว กระแสน้ำ หลุมบนถนน และน้ำหนักบรรทุกสามารถเพิ่มความเสี่ยงได้

สำหรับผู้ที่กำลังซื้อรถกระบะมือสอง ควรตรวจให้ครบทั้งท่อไอดี เครื่องยนต์ เกียร์ เฟืองท้าย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ชุดสายไฟ เบรก ลูกปืน และห้องโดยสาร พร้อมขอดูประวัติการซ่อมกับการเคลมประกัน หากรถเคยดับกลางน้ำ มีน้ำเข้าห้องโดยสาร หรือพบความผิดปกติหลายระบบ ควรประเมินค่าซ่อมให้ชัดเจนก่อนซื้อ เพราะความเสียหายอาจมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท

ช่องทางการติดต่อ JUSTCAR

JUSTCAR ตัวกลางซื้อขายรถยนต์มือสองครบวงจร
ที่ตั้ง : เลขที่ 12/555 หมู่ที่ 15 อาคาร ส. ทาวเวอร์ ชั้นที่ 10 ทางคู่ขนาน ถ.บางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
เบอร์โทรติดต่อ : 02-114-3928 (สำนักงานใหญ่บางนา)
เวลาเปิดทำการ : 08:30 19:00 น.
Google Map : https://maps.app.goo.gl/uDgXVW5YYVzNSYZd7

หากบทความของเราเป็นประโยชน์แก่ท่าน แชร์ให้กับคนรอบตัวด้วยนะครับ
Scroll to Top