ราคารถกระบะมือสอง เป็นข้อมูลที่ผู้ซื้อหลายคนต้องการก่อนตัดสินใจ เพราะ รถกระบะมือสอง ตอบโจทย์ทั้งงานบรรทุก งานธุรกิจ และใช้ในชีวิตประจำวัน ในราคาที่คุ้มกว่ารถใหม่ บทความนี้รวบรวมราคารถกระบะมือสอง รุ่นยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็น Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Ford Ranger, Mitsubishi Triton, Nissan Navara และ Mazda BT-50 แยกตามรุ่นและปีผลิต พร้อมปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน เช่น ระยะทางที่วิ่ง สภาพตัวรถ และรุ่นย่อย เพื่อให้คุณเปรียบเทียบและเลือกคันที่ใช่ในงบที่ตั้งไว้
1. Toyota Hilux Revo 2.4 SMARTCAB
Toyota Hilux Revo 2.4 SMARTCAB เป็นกระบะแค็บเปิดได้ 2 ประตู มีเบาะหลังพับเก็บของได้ ใช้ได้ทั้งบรรทุกงานและขับใช้งานทั่วไป ราคามือสองไม่สูงเท่ารุ่น 4 ประตู ค่าบำรุงรักษาไม่แพง และอะไหล่หาง่ายทั่วประเทศ จึงเป็นรุ่นที่คนทำธุรกิจและเกษตรกรนิยม
จุดเด่นของรุ่น
- เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (1GD-FTV) กำลังราว 150 แรงม้า ประหยัดน้ำมันกว่าเครื่อง 2.8 และเหมาะกับการใช้งานทุกวัน
- โครงสร้างตัวถังแข็งแรง ตัวถังรุ่นนี้ทำตลาดตั้งแต่ปี 2015 มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้
- มีทั้งตัวเตี้ยและพรีรันเนอร์ (ยกสูง) เลือกได้ตามลักษณะงานและเส้นทางที่ใช้ ตัวยกสูงเหมาะกับถนนขรุขระมากกว่า
- ตลาดมือสองคล่อง ขายต่อง่ายและราคาตกช้ากว่าหลายรุ่นในคลาสเดียวกัน
รุ่นย่อยที่เจอบ่อยในตลาดมือสอง
ตัวเตี้ยมี J, J Plus, E ส่วนตัวยกสูงมี Prerunner E, G, Entry, Z Edition และ Mid รุ่นปลายๆ มีทั้งขับสองล้อและ 4WD
ช่วงราคา Hilux Revo 2.4 SMARTCAB มือสอง
ตัวเลขด้านล่างเป็น ราคาประกาศขายของดีลเลอร์ ราคาจริงขึ้นกับสภาพและระยะทางที่วิ่ง
| ปีผลิต | รุ่นย่อย | ราคาประกาศ (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| 2020 | 2.4 Z Edition E เกียร์ธรรมดา | 359,000 บาท ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยตลาดที่ 386,230 บาท ประมาณ 7% |
| 2020 | 2.4 J Plus | 369,000 บาท |
| 2021 | 2.4 Mid 4WD เกียร์ธรรมดา | 559,000 บาท |
| 2025 | 2.4 Z Edition Entry เกียร์ออโต้ | ประมาณ 489,000 บาท |
หากดูภาพรวม ตัวเตี้ยปี 2017-2020 มักอยู่ราว 3 แสนกลางๆ ถึง 4 แสนต้นๆ ส่วนตัวยกสูงหรือ 4WD ปี 2021 ขึ้นไป ขยับไปที่ 4.5-5.6 แสนบาท ตัวเลขนี้เป็นการประมาณจากประกาศขาย ไม่ใช่ราคากลางอย่างเป็นทางการ
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
- ปีและรุ่นย่อย ตัวท็อปและตัวยกสูงราคาสูงกว่าตัวเตี้ยชัดเจน
- ระยะทางที่วิ่ง คันที่ไมล์ต่ำและมีประวัติศูนย์ครบ ราคาสูงกว่า
- เกียร์และระบบขับเคลื่อน 4WD และเกียร์ออโต้มักแพงกว่าเกียร์ธรรมดา
- สภาพและการดัดแปลง ตัวถังไม่เคยชนหนักและไม่ผ่านการโมดิฟายเยอะ ขายง่ายกว่า
- แหล่งซื้อ ดีลเลอร์รับประกันมักราคาสูงกว่าซื้อจากเจ้าของตรง แต่อุ่นใจกว่า
ราคา 559,000 บาท
2. Ford RANGER DOUBLE CAB HI-RIDER FX4 2.2
ถ้าอยากได้กระบะ 4 ประตูที่หน้าตาดูดีกว่ารุ่นพื้นฐาน แต่งบไม่ถึงระดับรถใหม่ Ford Ranger Hi-Rider FX4 เครื่อง 2.2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะรถอายุไม่มาก ราคามือสองลงมาอยู่ในระดับหลักสามแสนถึงสี่แสนกว่าบาท ส่วนรายละเอียดของรุ่นนี้คือการเอาพื้นฐาน XLT มาเพิ่มชุดตกแต่งจากโรงงานให้ดูสปอร์ตขึ้น
เหมาะกับใคร
- ครอบครัวที่ต้องการกระบะไว้ใช้ทั้งทำงานและพาลูกไปเที่ยว
- คนที่ขับในเมืองเป็นหลัก แต่บางครั้งเจอถนนต่างจังหวัดหรือน้ำขัง จึงอยากได้ตัวสูงไว้อุ่นใจ
- คนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ 4×4 จึงเลือกขับสองล้อเพื่อประหยัดค่าซื้อและค่าน้ำมัน
ราคาที่ควรคาดหวัง
เมื่อเทียบกับรุ่น XLT Hi-Rider ปี 2018 ซึ่งมีประกาศตั้งแต่ 439,000 บาท จนถึง 599,000 บาทสำหรับคันไมล์ราว 4 หมื่น กม. จะเห็นว่าเลขไมล์และสภาพรถมีผลต่อราคามากกว่าชื่อรุ่นเสียอีก
ข้อดี
- เครื่อง 2.2 ประหยัดและดูแลง่าย ให้กำลังราว 160 แรงม้า เพียงพอสำหรับใช้งานทั่วไป
- ตัวสูงจากโรงงาน โครงสร้างช่วงล่างรองรับถนนไม่ดีได้ดีกว่ารุ่นเตี้ย ข้อมูลทั่วไประบุว่า รุ่น Hi-Rider ลุยน้ำได้ลึกราว 800 มม. เทียบกับ 600 มม. ของตัวเตี้ย
- หน้าตาเด่น มีชุดแต่งจากโรงงานทำให้ดูต่างจาก XLT ธรรมดา
- ราคามือสองเข้าถึงง่าย ผ่อนต่อเดือนอยู่ในระดับที่หลายครอบครัวรับได้
ข้อเสีย
- เครื่อง 2.2 มีกำลังน้อยกว่าเครื่องใหญ่ของรุ่นก่อนหน้า ถ้าบรรทุกหนักหรือลากพ่วงบ่อย อาจรู้สึกว่าแรงไม่พอ
- ขับสองล้อ จึงไม่เหมาะกับเส้นทางโคลนลึกหรือลุยหนัก
- ชุดแต่งบางชิ้นหาอะไหล่ยากกว่ารุ่นธรรมดาเมื่อต้องเปลี่ยน
ราคา 559,000 บาท

3. ISUZU D-MAX 1.9 Z X-SERIES SPACECAB MT
Isuzu D-Max 1.9 Z X-Series Spacecab MT เป็นกระบะแค็บที่ตั้งใจให้ทั้งทำงานและดูดีในคันเดียว ตัว Z เป็นรุ่นเกรดสูงของกลุ่ม Spacecab ส่วน X-Series คือชุดตกแต่งสไตล์สปอร์ตจากโรงงาน เหมาะกับคนที่ไม่อยากได้กระบะหน้าตาเรียบๆ แต่ยังต้องการความประหยัดและค่าบำรุงรักษาต่ำ
ทำไมรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยม
- เครื่องดีเซล 1.9 Ddi Blue Power ให้กำลัง 150 แรงม้า จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เน้นความประหยัดน้ำมัน
- ห้องโดยสารเงียบและนั่งสบาย เหมาะกับการใช้ในเมืองและขนของไปพร้อมกัน
- ตัวถัง Spacecab มีช่องเก็บของหลังเบาะ บรรทุกได้มากกว่าแค็บตอนเดียวที่มีพื้นที่เก็บของหลังที่นั่งน้อยกว่า
- หน้าตาสปอร์ตกว่ารุ่นทำงานทั่วไป ช่วยให้ขายต่อง่ายกว่ารุ่นพื้นฐาน
ราคาเปลี่ยนตามอะไรบ้าง
- ปีรถและช่วงรุ่น ปี 2020 ขึ้นไปราคาขยับสูงขึ้นชัดเจน
- เลขไมล์ รถที่ไมล์ต่ำกว่า 5 หมื่น กม. มักตั้งราคาสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด
- ตัวเตี้ยหรือ Hi-Lander (ยกสูง) ตัวยกสูงมักราคาสูงกว่า ควรถามให้ชัดเพราะชื่อรุ่นในประกาศมักไม่ระบุ
- แหล่งขาย ดีลเลอร์ที่มีรับประกันและบริการหลังการขายจะบวกราคาเพิ่ม
- สภาพตัวถังและประวัติเซอร์วิส ส่งผลต่อราคาต่อรองมากที่สุด
ข้อควรรู้ก่อนซื้อ
- รถเกียร์ธรรมดาที่ใช้งานหนักมาก่อน ให้ตรวจการทำงานของคลัตช์และการเข้าเกียร์
- เครื่อง 1.9 เน้นประหยัด ถ้าบรรทุกหนักเป็นประจำ ควรลองขับพร้อมน้ำหนักจริงก่อนตัดสินใจ
- ตรวจว่าชุดแต่ง X-Series เป็นของโรงงานจริง เทียบกับรายละเอียดในเล่มทะเบียน
- ดูร่องรอยการชนและทำสีใหม่ โดยเฉพาะบริเวณกระบะท้ายและเสาหลังคา
- ขอเอกสารเซอร์วิสเทียบกับเลขไมล์ เพื่อกันไมล์ย้อน
ราคา 519,000 บาท
4. Nissan NAVARA DOUBLE CAB CALIBRE EL
Nissan Navara Double Cab Calibre EL เป็นกระบะ 4 ประตูตัวยกสูงจากโรงงานตระกูล Calibre ตัว EL อยู่ในกลุ่มเกรดกลางค่อนสูง เหมาะกับคนที่อยากได้กระบะนั่งสบายราคามือสองไม่แพง ใช้ได้ทั้งงานและพาครอบครัวเดินทางไกล
จุดเด่นที่ทำให้คนเลือก
- ตัวถัง 4 ประตูยกสูงจากโรงงาน เหมาะกับถนนต่างจังหวัดและช่วงหน้าฝน
- เครื่องดีเซล 2.5 ลิตร เทอร์โบ (dCi) พบทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้ในตลาดมือสอง ตัว EL ปี 2018 ที่ขายกันมีทั้งแบบ Calibre Sportech เกียร์ธรรมดา
- ช่วงล่างนุ่มกว่ากระบะหลายรุ่นในคลาสเดียวกัน เป็นจุดขายที่คนใช้จริงมักพูดถึง โดยเฉพาะตอนขับรถเปล่า
- ราคามือสองต่ำกว่าคู่แข่งญี่ปุ่นรุ่นเดียวกัน ทำให้งบไม่สูงก็ได้กระบะ 4 ประตู
ถ้าดูภาพรวม Navara มือสองทุกรุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นตามปีอยู่ที่ประมาณ 4.09 แสนบาทสำหรับปี 2016 และ 4.69 แสนบาทสำหรับปี 2017 ส่วนรุ่นที่ปรับปรุงใหม่ปี 2021 เครื่อง 2.3 มีประกาศ Double Cab Calibre V เกียร์ออโต้ที่ 489,000 บาท ซึ่งเป็นเครื่องยนต์คนละรุ่นกับตัว EL ที่เป็นเครื่อง 2.5 จึงไม่ควรเอามาเทียบราคาตรงๆ
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
- เลขไมล์ รุ่นนี้พบไมล์สูงเกิน 1 แสนกิโลเมตรบ่อย ราคาจึงห่างกันมากตามสภาพ
- เกียร์ ออโต้กับธรรมดามีความต้องการต่างกัน ตลาดครอบครัวมักเลือกออโต้
- ปีรถและช่วงรุ่น ปี 2018 ขึ้นไปมักแพงกว่ารุ่นก่อนหน้าชัดเจน
- ชุดตกแต่งและรุ่นพิเศษ เช่น Sportech หรือ Black Edition ตั้งราคาสูงกว่ารุ่นธรรมดา
- แหล่งขาย ดีลเลอร์รับประกันมักบวกค่าบริการ ราคาจึงสูงกว่าเจ้าของขายเอง
ข้อควรรู้ก่อนซื้อ
- เพราะรุ่นนี้พบไมล์สูงบ่อย ควรตรวจช่วงล่าง ยางแหวน และบุชต่างๆ ว่าถึงเวลาเปลี่ยนหรือยัง
- ขอประวัติเซอร์วิสเทียบกับเลขไมล์ และเช็กว่ามีการเปลี่ยนอะไหล่ใหญ่ไปแล้วหรือไม่
- ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ ให้ทดสอบการเปลี่ยนเกียร์ทั้งเวลาออกตัวและเร่งแซง
- ตรวจแอร์และระบบไฟ เพราะรถที่ใช้งานมามากมักมีปัญหาจุกจิก
- ตรวจให้ชัดว่าเป็นเครื่อง 2.5 หรือ 2.3 เพราะสองเครื่องอยู่คนละช่วงราคา
ราคา 515,000 บาท
5. MITSUBISHI TRITON 2.5 GLX MEGA CAB
Mitsubishi Triton 2.5 GLX Mega Cab เป็นกระบะแค็บสองประตูที่เน้นความคุ้มค่า พื้นที่เก็บของหลังเบาะกว้างกว่ากระบะแค็บทั่วไป เครื่องดีเซล 2.5 ลิตรเกียร์ธรรมดาก็เป็นแบบที่ดูแลง่ายและอะไหล่หาง่าย ทำให้ราคามือสองต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกระบะยี่ห้ออื่นที่มีรูปแบบตัวถังใกล้เคียงกัน
ราคามือสองแยกตามปี
จากประกาศของดีลเลอร์ กระบะ Triton Mega Cab 2.5 GLX เกียร์ธรรมดามีราคาตามปีดังนี้ (เป็นราคาประกาศขาย ไม่ใช่ราคากลาง)
| ปีรถ | ราคาประกาศ (โดยประมาณ) |
|---|---|
| 2015 | 199,000 บาท |
| 2016 | 249,000 บาท |
| 2018 | 269,000 บาท |
| 2019-2020 | 319,000 บาท |
| 2020-2021 | 319,000 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดเฉลี่ย 342,000 บาท ประมาณ 7% |
| 2022-2023 | 349,000 บาท |
ส่วนบน Carsome มีตัวอย่างคันไมล์ 155,184 กม. ที่ตั้งขาย 329,000 บาท และคันไมล์ต่ำราว 44,158 กม. ที่ 459,000 บาท จะเห็นว่าส่วนต่างราคาสูงมากตามเลขไมล์ และตัวเลขของ Carsome มักสูงกว่าประกาศของดีลเลอร์ทั่วไป
จุดที่ควรรู้ก่อนเทียบราคา
รุ่นที่ชื่อคล้ายกันอาจอยู่คนละช่วงราคา ควรแยกให้ชัดว่ากำลังดูรุ่นไหน
- 2.5 GLX Mega Cab เครื่อง 2.5 ลิตร ราคาประกาศตามตารางข้างบน
- 2.4 GLX Plus Mega Cab เครื่อง 2.4 ลิตร ราคามือสองสูงกว่า เช่น ปี 2018 ที่ Carsome ตั้ง 369,000 บาท (ไมล์ 96,333 กม.) และปี 2021 ที่ 399,000 บาท (ไมล์ 53,802 กม.)
เหมาะกับใคร
- คนที่ต้องการกระบะราคาไม่สูง ไว้ใช้ทำงานหรือส่งของ
- คนที่ต้องการพื้นที่เก็บของหลังที่นั่งมากกว่าแค็บตอนเดียว
- ผู้ที่ชอบเกียร์ธรรมดา ประหยัด และไม่ซับซ้อน
อาจไม่เหมาะกับใคร
- ครอบครัวที่ต้องนั่งหลังบ่อย เพราะพื้นที่เบาะหลังของ Mega Cab ไม่เหมือนรุ่น 4 ประตู
- คนที่ต้องการออปชันหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ เพราะ GLX เป็นรุ่นพื้นฐาน
- คนที่ต้องการเกียร์ออโต้ เพราะรุ่นนี้ส่วนใหญ่พบเป็นเกียร์ธรรมดา
เช็กอะไรก่อนซื้อ
- เลขไมล์กับสภาพการใช้งาน รถรุ่นนี้หลายคันถูกใช้งานบรรทุกหนัก ควรดูสภาพกระบะท้ายและช่วงล่าง
- คลัตช์และเกียร์ ทดสอบการเข้าเกียร์ทุกตำแหน่ง และเช็กว่ามีอาการลื่นหรือสั่น
- ประวัติเซอร์วิส เทียบกับเลขไมล์ เพื่อกันไมล์ย้อน
- ร่องรอยการดัดแปลง เช่น การต่อกระบะหรือเพิ่มโครงเหล็ก ที่อาจกระทบโครงสร้างและการจดทะเบียน
- ระบบดีเซล สังเกตควันดำ เสียงเครื่อง และการสตาร์ตตอนเครื่องเย็น
ราคา 479,000 บาท

สนใจซื้อรถกระบะมือสองไว้ใช้งานสักคัน ให้ JUST CAR เป็นตัวช่วยสำหรับคุณ เราเป็นตัวกลางซื้อขายรถยนต์มือสองครบวงจร มีรถสภาพดีให้เลือกหลายรุ่นตามที่คุณต้องการ สามารถเลือกซื้อรถได้แบบสบายใจ ในราคาที่คุณต้องการ ดูรถกระบะมือสอง
สนใจซื้อรถมือสอง หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่
โทร: 097-964-6747
Line: @justcarused
Facebook: JUST CAR แพลตฟอร์มตัวกลางซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง